Deeda

วันดีดี ดี๊ดา ดี๊ดา : 15.11.2012
 
 
สวัสดีค่ะพบกันอีกเช่นเคยนะคะ ช่วงนี้วุ่นๆ เพราะอยู่ในช่วงตัดสินใจไปเรียนต่อ (ไปดีหรือเปล่านะ)และกำลังเตรียมทำ Lady Beelaa Special 2013 อยู่ เป็นเรื่องสั้นอ่านฟรี ของขวัญจากฉันซึ่งจะโพสต์ลงใน Facebook และถ้าทางทีมงานมีเวลาว่างจะนำลงสแมชเวิร์ดด้วยค่ะ อย่าลืมติดตามกันนะคะ

สำหรับตอนนี้ฉันได้แนวความคิดมากจากวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนที่นิยมเผาเงินกระดาษเพื่อให้คนที่ล่วงลับไปแล้วได้จับจ่ายใช้สอยในโลกหลังความตาย มันก็เป็นเรื่องความเชื่อใช่มั๊ยคะยังไงก็ไม่ผิด แต่ถ้าคนเราในขณะที่มีชีวิตอยู่มีทรัพย์สินมากมายมหาศาลอย่างไร  ตามวัฏจักรการเวียนว่ายตายเกิดในศาสนาพุทธ ต่อให้เราเกิดใหม่อีกกี่ร้อยชาติก็ต้องมานับหนึ่งใหม่อยู่ดี แต่ถ้าเรามีโอกาสแบ่งปันให้คนอื่นๆ รอบๆตัวเรามีความสุขบ้างล่ะ เช่นอาจจะไปบริจาค หรือเอาไปสร้างความสุขเช่นไปท่องเที่ยว หรือทำอะไรก็ได้ที่ฝันว่าอยากจะทำในระหว่างชาตินี้ที่มีชีวิตอยู่ก็ดีกว่าเก็บเงินไว้เปล่าๆ นะคะ อย่างน้อยเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานก็ได้ไม่ใช่งกเก็บไว้ที่ตัวเองไม่ได้มีการหมุนเวียนหรือจับจ่ายใช้สอยจนหมด ไม่เกิดประโยชน์ 

สุดท้ายนี้ขอฝากผลงานเช่นเคยค่ะ
"แสงเล็กๆ"
 
และติดตามข่าวสารได้ที่
                                       
 
แล้วพบกันใหม่ค่ะ ^__^ 

 

edit @ 15 Nov 2012 10:00:32 by Lady Beelaa

edit @ 15 Nov 2012 10:01:15 by Lady Beelaa

วันดีดี ดี๊ดา ดี๊ดา : 25.10.2012
 
 
สวัสดีค่ะท่านผู้ชม  พักนี้อากาศแปรปรวนจังเลยนะคะ คิดว่าฝนจะหยุดตกแล้วเสียอีกแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาก็ไม่วายยังจะตกลงมาแถมยังไปตอนเลิกงานพอดีซะด้วย  ในขณะที่กลางวันกลับร้อนอบอ้าว  แดดแรงถ้าไม่ดูแลตัวเองอาจจะไม่สบายได้นะคะ สำหรับวันดีดีดี๊ดา ดี๊ดาวันนี้คุณนายบีล่าคิดว่าหลายคนคงจะตกอยู่ในสภาวะระหว่างการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรสักอย่าง เพราะกลัวอนาคตที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า แต่ฉันก็เชื่อเสมอนะคะว่าการกระทำอะไรก็ตามหากไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน  เป็นสิ่งที่เกิดจากการสร้างสรรค์ มีเจตนาที่ดี ไม่ว่าจะทำอะไรหากมีความตั้งใจแล้วย่อมประสบความสำเร็จเสมอ  จากคนหลายๆ คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่การงาน ลองไปดูประวัติของพวกเขาเหล่านั้นสิคะ ว่าชีวิตพวกเขาต้องล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน อุปสรรค์มากมาย แต่พวกเขาก็ประสบความสำเร็จมาได้นั้นก็เพราะความเพียรพยายามของพวกเขานั้นเอง สำคัญที่สุดคือสิ่งที่อยากจะให้เป็นจริงในอนาคตนั้นวันนี้เราแค่มีความคิดว่าจะทำ หรือได้ลงมือทำไปแล้วตั้งหาก เส้นขั้นระหว่างความสำเร็จของทุกคนอยู่แค่นั้นเองล่ะคะ ที่เหลือเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค และพร้อมที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่อยู่ข้างหน้าเราตั้งหาก คุณนายบีล่าหวังว่าท่านผู้ชมคงได้ข้อคิดดีๆ จากวันดีดี ดี๊ดา ดี๊ดาทุกๆวันพฤหัสไปบ้างนะคะ เพราะนี้ก็คือความพยายามของฉันเหมือนกันที่จะเขียนภาพเพื่อให้คนดูมีความสุขค่ะ

สุดท้ายนี้ขอฝากผลงานด้วยค่ะ
"แสงเล็กๆ"
 
และติดตามข่าวสารได้ที่
                                       
 
แล้วพบกันใหม่ค่ะ ^__^ 
วันดีดี ดี๊ดา ดี๊ดา : 11.10.2012
 
 
สวัสดีค่ะ  การที่เรารับฟังเรื่องทุกข์ร้อนของใครสักคนเป็นเรื่องที่ดีนะคะ เพราะนอกจากจะทำให้เขาคนนั้นได้ผ่อนคลายความทุกข์ที่มีอยู่ในใจแล้ว คุณยังเป็นคนที่เขาไว้ใจมากที่สุดที่สามารถจะรับฟังเรื่องของเขาได้  อะไรที่สามารถช่วยเขาแก้ปัญหาได้ก็ช่วยไปค่ะ  อย่างน้อยวันหน้าคนๆ นี้อาจจะสามารถช่วยเหลือเราในอนาคตได้อีกเช่นกัน  แต่ว่าการไปเป็นทุกข์เป็นร้อนกับคนๆ นั้นจนทำให้เราไม่มีความสุขด้วยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนะคะ สุภาษิตไทยโบราณกล่าวไว้ว่า "ไฟในอย่าเอาออก ไฟนอกอย่าเอาเข้า"  หมายความว่าหากเรามีความทุกข์ความเดือดร้อนในใจก็อย่าเอาไปแจกจ่ายให้คนอื่นเขาเดือดร้อนตามไปด้วย  มีอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ให้อดทนกันไป แต่ถ้ามากเกินจะแบกรับ  อย่างไรเสียก็ระบายให้ใครสักคนฟังหรือขอความช่วยเหลือบ้างนะคะ อย่าเก็บไว้คนเดียวจะยิ่งสะสมกลายเป็นความทุกข์ที่มากมายเปล่าๆ ส่วนไฟนอกอย่าเอาเข้าหมายถึงเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรก็อย่าเอาเก็บเอามาเป็นเรื่องทุกข์ร้อนของเราด้วยเพราะจะทำให้เรารู้สึกไม่ดีและอยู่ในสภาพที่แย่อีกต่างหาก ก็ไม่ดีทั้งคู่เลยใช่มั๊ยคะ เป็นทุกข์เป็นร้อนทั้งคู่  จะไฟนอก หรือไฟใน ยังไงก็อย่าให้มันอยู่กับตัวเรานานแล้วกันค่ะ มีก็รีบๆ ดับก่อนจะลามจนแก้ไขอะไรไม่ได้
 
สุดท้ายนี้ขอฝากผลงานใหม่ล่าสุดค่ะ
 
ผลงานใหม่ล่าสุด
"แสงเล็กๆ"
 
 
 
 
ติดตามข่าวสารได้ที่
                                       
 
แล้วพบกันวันพฤหัสหน้านะคะ

edit @ 11 Oct 2012 09:30:52 by Lady Beelaa

edit @ 11 Oct 2012 09:31:43 by Lady Beelaa

วันดีดี ดี๊ดา ดี๊ดา : 4.10.2012
 
 
 
 
ใครว่าคนที่ร้องไห้เป็นคนอ่อนแอ  ใครว่าคนที่ร้องไห้เป็นคนไม่เข้มแข็ง  คุณนายบีล่าว่าไม่ใช่นะคะ  บางครั้งเวลารารู้สึกอัดอั้นตันใจขึ้นมาไม่รู้จะหาทางระบายอย่างไร  สำหรับฉันแล้วการร้องไห้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะระบายความทุกข์ทน ความเจ็บปวดที่มีอยู่ในใจให้มันได้ออกไปจากตัวเราบ้าง  คนที่กักเก็บความทุกข์ไว้โดยไม่ปลดปล่อยออกมาเลย สะสมมากๆเข้าจะกลายเป็นความเครียดและเสียสุขภาพนะคะ  พยายามอย่าทำให้ตัวเองอยู่ในความทุกข์ ความไม่สบายใจจะดีกว่าค่ะ ทำอะไรๆ ก็จะได้สดใส ใครต่อใครมองจะได้ดูมีราศีอยู่ตลอดเวลา
 
เริ่มต้นเดือนใหม่แล้ว ฝนยังคงตกอยู่เหมือนเดิมรักษาสุขภาพด้วยค่ะ

ขอฝากผลงานด้วยค่ะ
"แสงเล็กๆ"
 
 
 
 
 
 
ติดตามข่าวสารได้ที่
 
                                            
 


 
 
วันดีดี ดี๊ดา ดี๊ดา : 20.9.2012

 
สวัสดีค่ะ บางทีการไม่มีอะไรเลยก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ เอ๊ะ!ยังไง  การไม่มีอะไรเลยในที่นี้หมายถึงภาระ ปัญหาต่างๆ นานาค่ะ ยกตัวอย่างเช่นเป็นคนมีทรัพย์สินเงินทองมากมายก็ต้องมานั่งห่วงของของตัวเองว่าจะโดนโขมยเมื่อไหร่ จะเสียหายหรือไม่ การมีฐานะมั่งคังเป็นหน้าเป็นตาในสังคม หากพลาดทำอะไรที่ไม่ไดีลงไปอาจกลายเป็นที่ตำหนินินทาได้ การมีความรู้ทางทฤษฎีมากเกินไปทำให้เกิดความขลาดกลัวที่จะเริ่มแหกคอกทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน การรู้อะไรมากเกินไปบางที่ก็อาจจะทำให้ไม่สบายใจ ตอนนี้คุณนายบีล่าเองก็เป็นอย่างงั้นนะ เพราะว่าเป็นคนชอบทานนู้นทานนี้เลยมักจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอาหาร พอรู้ว่าอันไหนกินได้ กินไม่ได้ กินมากไปไม่ดีกินแล้วมีผลอะไรบ้างจะทานของอร่อยๆ ก็เลยไม่ค่อยจะมีความสุขสักเท่าไหร่ ฮ่าๆ เนียะล่ะค่ะการมีอะไรมากไปใช่ว่าจะมีความสุขหมดทุกอย่าง  กลายเป็นว่าเราต้องมานั่งแบกรับในสิ่งที่รู้ สิ่งที่มีอยู่ อย่างไรเสียการใช้ชีวิตให้พอดีๆ ไม่มากไม่น้อยเกินไปก็จะทำให้เราใช้ชีวิตได้สบายใจขึ้นค่ะ
 
สุดท้ายนี้อขอฝากผลงานชิ้นล่าสุดค่ะ 
"แสงเล็กๆ"
 

ติดตามข่าวสารได้ที่ 
 
 
แล้วพบกันใหม่ค่ะ

your code here